3 รูปแบบ ในการโฆษณาบน Youtube


Youtube เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีขนาดใหญ่ มีผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน เหมาะสำหรับทำการตลาดหรือทำโฆษณาในอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งถือเป็นช่องทางที่น่าสนใจในการทำการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์หรือธุรกิจของเราให้เป็นที่รู้จัก เราจึงนำรูปแบบในการโฆษณาบน YouTube ว่ามีการทำโฆษณาในรูปแบบใดบ้างมาฝากกันค่ะ

1.TrueView Ads หรือ Skippable Video Ads (โฆษณาที่กดข้ามได้)

โฆษณารูปแบบนี้ ผู้ชมจะสามารถกด Skip Ad หรือกดข้ามโฆษณาได้ หลังจากเล่นไป 5 วินาที โดยจะปรากฏในตอนเริ่มวิดีโอ ระหว่างวิดีโอ หรือหลังวิดีโอจบ

โฆษณาแบบ TrueView มี 2 รูปแบบ คือ

  • In-Stream Ads

รูปแบบนี้จะแสดงในหน้าที่แสดงวิดีโอของ Youtube โดยจะคิดค่าใช้จ่ายแบบ Cost Per View เมื่อผู้ชมดูโฆษณาไปจนถึง 30 วินาที แต่ผู้ชมสามารถกดข้ามได้ตั้งแต่ 5 วินาทีแรก ทำให้เราสามารถคัดกรองกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มสนใจโฆษณาของเราได้

  • Discovery Ads

รูปแบบนี้จะเหมือนกับ Display Ads จะขึ้นที่หน้า Homepage ของ Youtube หรือขึ้นมาเมื่อมีคนกดค้นหา โดยจะขึ้นอยู่ด้านบนของวิดีโอที่แนะนำซึ่งจะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับเรื่องที่ผู้ชมค้นหา และไม่จำกัดความยาวของวิดีโอ เนื่องจากผู้ชมสามารถคลิกชมได้เองอย่างเต็มใจ ในส่วนของค่าใช้จ่าย จะคิดค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีคนคลิกดูโฆษณาเท่านั้น

2. Non-Skippable Video Ads (โฆษณาวิดีโอที่กดข้ามไม่ได้)

โฆษณาในรูปแบบนี้ คือรูปแบบสตรีม ผู้ชมจะไม่สามารถกดข้ามโฆษณาได้ โดยจะมีความยาว 15 วินาที และสามารถเลือกได้ว่าจะวางไว้ก่อน ระหว่าง หรือหลังวิดีโอ ซึ่งจะคิดค่าใช้จ่ายแบบ Cost Per Thousand Impression คือจะคิดค่าใช้จ่าย เมื่อแสดงโฆษณาครบ 1,000 ครั้ง

3. Bumper Ads (โฆษณาที่แสดงเพียง 6 วินาทีและไม่สามารถกดข้ามได้)

โฆษณาในรูปแบบนี้ จะเป็นวิดีโอแบบสั้นๆที่มีความยาวเพียง 6 วินาที ผู้ชมไม่สามารถกดข้ามได้ โดยจะเล่นก่อนวิดิโอ ระหว่างวิดิโอ หรือหลังจากวิดีโออื่น ซึ่งจะคิดค่าใช้จ่ายแบบ Cost Per Thousand Impression คือจะคิดค่าใช้จ่าย เมื่อแสดงโฆษณาครบ 1,000 ครั้ง

ซึ่งจากผลสำรวจของ Google รูปแบบ Bumper Ads สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้มากกว่า ในการทำให้ผู้ชมคลิกเข้าไปดูโฆษณาตัวเต็มมากกว่ารูปแบบอื่น

Featured Posts
Posts are coming soon
Stay tuned...
Recent Posts