E-mail Marketing เครื่องมือที่ไม่ควรมองข้ามในการเพิ่มยอดขายสินค้า


ถ้าหากคิดว่าการทำ Email Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ล้าสมัย ขอบอกเลยว่าไม่จริง เพราะผลจากการศึกษาของ MarketingSherpa พบว่า 60% ของลูกค้าเลือกรับอีเมลจากแบรนด์เพื่อติดตามโปรโมชั่นและดีล และมีลูกค้าเพียง 20% เท่านั้นที่ติดตาม Social Media ของแบรนด์ วันนี้เราจึงมีวิธีการเพิ่มยอดขายผ่านเครื่องมือ E-mail Marketing ด้วยวิธีง่ายๆ


1. รู้และเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย

โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ความสนใจ ของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผู้รับนั้นมีความสนใจจริง หรือการแบ่งประเภทอีเมลของสมาชิกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


2. ส่งอีเมลอย่างสม่ำเสมอ

การส่งอีเมลไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก จะทำให้ขึ้นชื่อว่าเป็น “สแปม” แต่อย่าลืมว่ากลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจกับข้อมูลข่าวสารและอัปเดตอยู่เสมอ


3. สั้นและกระชับ

โดยหัวข้ออีเมลต้องมีความน่าสนใจ และเนื้อหาที่นำเสนอสั้นและกระชับ หากลูกค้าสนใจสินค้าและบริการก็จะเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น


4. ทดสอบด้วย A/B testing

การแบ่งอีเมลของลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายเป็นหลายๆ กลุ่ม เพื่อหาผลลัพธ์ว่าอีเมลเวอร์ชันไหนหรือรูปแบบใดที่มีประสิทธิภาพที่สุด เช่น อัตราการเปิดอีเมล, อัตราการเปิดดูอีเมลแล้วคลิก และความเข้าใจต่อข้อมูลที่ดีขึ้น เป็นต้น


5. ไม่เขียนแบ่งย่อหน้า

โครงสร้างของอีเมล มีดังนี้

- พื้นที่สีขาว

- การแบ่งหัวข้อสั้น หรือเพิ่มหัวข้อย่อย จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสื่อสารได้มากกว่าการเขียนอีเมลแบบพารากราฟ

- สำหรับข้อมูลที่มีรายละเอียดจำนวนมากควรเพิ่มลิงก์ “อ่านเพิ่มเติม”

จะเห็นได้ว่าหลาย ๆ แบรนด์ก็ยังคงใช้ E-mail เป็นเครื่องมือในการช่วยเพิ่มยอดขาย โดยการส่ง E-coupon, ดีลส่วนลดพิเศษ, และโปรโมชั่นต่าง ๆ ไปยังลูกค้าแต่ละรายที่ทำการกรอกข้อมูลให้กับธุรกิจ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มยอดขายได้แล้ว เรายังสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อนำไปปรับเป็นกลยุทธ์ได้อีกด้วย ถือได้ว่า E-mail Marketing เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ในการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจค่ะ


ข้อมูลจาก : https://www.vsm365.com/th/articles/Tips-for-using-Email-Marketing,-a-marketing-tool

10 views0 comments